ผู้เขียนมีโอกาสได้อ่านตำราที่หลากหลายเลยหยิบมาฝาก....มนุษย์ถือว่าเป็น "ทุน" โดยเฉพาะ "ทุนทางสังคม" และบางครั้งทุนทางสังคมที่เป็น กฎเกณฑ์ ข้อระเบียบ บรรทัดฐานทางสังคมไม่สามารถควบคุมและอธิบายพฤติกรรมทางสังคมได้ด้วยสาเหตุ 2 ประการคือ 1) แปลความหมายเพื่อประโยชน์ของตนเอง และ 2) บรรทัดฐานทางสังคมขัดแย้งกันเอง ดังนั้นการศึกษาสังคมวัฒนธรรมโดยมุ่งทำความเข้าใจกับกฎระเบียบและบรรทัดฐานทางสังคมนั้น...ต้องพึงระวังการนิยามความหมายใหม่ของทุนทางสังคมที่หลากหลาย ตามสถานการณ์...มักจะให้ความหมายที่เป็นประโยชน์แก่พวกพ้องตนเอง...ส่งผลให้เป็นภัยที่คุกคามความมั่นคงของสถาบันรวมทั้งองค์กรด้วย (ยศ สันตสมบัติ, 2548)
การสร้างทุนทางสังคม (Social Capital) ในระบบสุขภาพนั้น ในระบบเดิมกระทรวงสาธารณสุขมีทุนทางสังคมที่สำคัญ คือผู้เชี่ยวชาญ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ประกอบกับ บุคลากรภาคประชาชนที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็น อาสาสมัครสาธารณสุข และผู้สื่อข่าวสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพลังทางสังคมที่สำคัญอย่างมากหากสร้างให้เกิดจิตสำนึกร่วมในการสร้างสุขภาพแก่สังคม โดยไม่แบ่งแยกชั้นวรรณ และระบบในอนาคตอาจจะต้องคำนึงถึงการลงทุนในการสร้างทุนทางสังคม (Social Investment) ในลักษณะใหม่ ไม่ใช่เพื่อใช้เขาเป็นเครื่องมือของระบบ แต่เป็นผู้ที่มีความคิดความสามารถ เป็น Actors หนึ่งของระบบ และสร้าง Civic Engagement ให้ทำเพื่อส่วนรวม เช่น การมองธุรกิจ ภาคเอกชน ที่ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของระบบไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลเอกชน health spa หรือ หมอพื้นบ้าน การแพทย์พื้นบ้าน นอกจากนั้น เครือข่ายทางสังคมอื่นๆ ก็ควรได้รับการยอมรับเข้ามาเป็นทุนทางสังคมที่สำคัญสำหรับระบบสุขภาพ เช่น เครือข่ายผู้ป่วยเฉพาะโรค (ซึ่งอาจเป็นผู้ให้ความรู้แก่สังคมต่อโรคนั้นได้ดี อยู่ในฐานะเป็น Health advocate ที่ช่วยในงาน Health promotion หรือ Health education ได้เป็นอย่างดี) หรือ เครือข่ายสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาพ (ซึ่งอาจเป็นพลังผลักดันสำคัญให้เกิดการประสานร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพและเป็นการป้องกันภาวะเสี่ยงทางสุขภาพอีกด้วย) (สุวจี กู๊ด, 2547)
วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น